ชื่อหนังสือ : ลี้ภัยในเมืองแปลก
ผู้เขียน/แปล : ดาวสอง หรือ ศศิธร สุตานันท์
สำนักพิมพ์ : NANMEEBOOKS
พิมพ์ครั้งที่1 : กรกฎาคม 2557
จำนวนหน้า : 176 หน้า
เนื้อเรื่องกล่าวถึง เด็กชายฝาแฝด
คิ้วและคูณ ที่เป็นพยานเอกสำคัญของคดียาเสพติด ซึ่งปู่ได้พาคู่แฝดลี้ภัยจากเมืองหลวง
มาอยู่บ้านปู่ที่เป็นเมืองแปลกสำหลับคิ้วและคูณ ระหว่างที่อยู่เมืองแปลกนี้ได้มีโอกาสที่ได้เจอกับมิตรภาพใหม่
สิ่งแวดล้อมใหม่ รวมถึงการช่วยตำรวจไขคดีสำคัญต่อชุมชนที่พวกเขาไปพำนักลี้ภัยอยู่ได้สำเร็จ
แง่มุมที่สะท้อนถึงการไว้วางใจและเชื่อใจ จากเหตุการณ์ที่ปู่ต้องไปหาย่าที่ต่างจังหวัด
และได้ให้ นะนะมาช่วยดูแลคู่แฝด
ทั้งเรื่องทำอาหารและอยู่เป็นเพื่อนที่บ้าน สะท้อนให้เห็นว่าปู่มีความไว้วางใจและเชื่อใจนะนะที่เป็นเพียงเด็กผู้หญิงชั้นประถมหก
ว่าสามารถดูแลคู่แฝดระหว่างที่ตนไม่อยู่ได้
แง่มุมด้านการวางแผน เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นระหว่างที่อยู่บ้านปู่ซึ่งคืนวันนั้นปู่ได้ไปหาย่าที่ต่างจังหวัด
ซึ่งปู่ได้ให้นะนะที่เป็นเด็กดูแลบ้านให้มาอยู่ด้วยกับคู่แฝดคิ้วและคุณ
ซึ่งในคืนวันนั้นมีโจรขโมยเข้าบ้านและมีเพียงแค่ชะแลงที่หายไป พอเช้าพวกเขาทั้งสามก็ไปแจ้งความแต่กับไม่มีใครเชื่อเด็กทั้งสาม
พอกลับถึงบ้าน เจ้าพอดีสุนัขสนรู้ของปู่ก็ได้เอาหลักฐานสำคัญที่ขโมยได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้เมื่อคืนมาให้กับคู่แฝดและนะนะ
เด็กทั้งสามคนจึงเกิดความสงสัยว่าใครคือขโมย จึงวางแผนสืบหาเบาะแสจากหลักฐานที่เจ้าพอดีได้เอามาให้
และสืบเสาะหาเบาะแสมาเรื่อยๆโดยใช้วิธีการสังเกตกับพบว่าไม่ใช่คดีขโมยของเล็กๆ
แต่กับเป็นคดีขโมยของเก่าโบราณที่สำคัญของหมู่บ้าน ด้วยความช่างสังเกตและไหวพริบของเด็กทั้งสามคนก็สามารถช่วยตำรวจไขคดีและจับคนร้ายได้
ซึ่งก็มีเรื่องบังเอิญที่คนร้ายเป็นคนเดียวกันกับคนร้ายในคดียาเสพติดที่คู่แฝดคิ้วและคูณเป็นพยานอยู่จึงทำให้คู่แฝดกลับมาให้ชีวิตโดยการไม่ต้องหลบซ้อนอีกต่อไป
แง่มุมที่สะท้อนถึงการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เนื่องจากคู่แฝดต้องลี้ภัยจากภัยคุกคามของคนร้ายคดียาเสพติด
จึงทำให้คู่แฝดต้องปลอมตัวโดยการแต่งตัวเป็นผู้หญิงและต้องทำกริยาท่าทางให้เหมือนผู้หญิงด้วยเพื่อลี้ภัย
และจากเหตุการณ์ปู่ทำอาหารให้ทาน โดยมีผักเป็นส่วนผสมเป็นส่วนมาก
ซึ่งคู่แฝดไม่ชอบทานแต่ก็ต้องทานและเมื่อลองทานแล้วกับชอบทานผักมากกว่าเดิม
รวมถึงกิจกรรมที่เคยทำเมื่ออยู่ที่เมืองหลวง เช่น เล่นเกม เมื่อมาอยู่ที่บ้านปู่ก็ไม่ได้สนใจเล่นแต่เกม
จึงสนใจทำอย่างอื่นมากกว่าการเล่นเกม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของคู่แฝดเป็นอย่างดี
แง่มุมที่สะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือ การร่วมมือกันของคนในชุมชนในเรื่องของการจัดการกับขยะของเมือง
จากที่คู่แฝดได้ถามปู่เมื่อเดินทางมาบ้านปู่ ระหว่างทางจึงได้ถามถึงว่าทำไมถนนหรือบริเวณนั้นถึงไม่มีขยะเลย
และจากการที่ตัวละครเล่าถึง การนำเครื่องเล่นสวนสนุกมาเป็นตัวดึงดูดให้เด็กได้ฝึกการแยกขยะ
โดยที่เครื่องเล่นนั้นจะขับเคลื่อนได้ด้วยขยะที่ใส่ไป
รวมถึงการที่ผู้คนในอำเภอส่วนมาก ต่างก็ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางมากกว่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
เพราะมีการให้ความร่วมมือกันในการทำตามนโยบายของอำเภอ ดังที่กล่าวมาจึงสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันของคนในชุมชน
แง่มุมที่สะท้อนถึงความสามารถของเด็ก คู่แฝดและนะนะเป็นเด็กที่มีอายุเพียง
8-12 ปี เป็นเด็กที่ช่างสังเกต ชอบตั้งคำถาม ชอบสงสัยและไม่ย่อท้อต่อการที่จะหาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตน
และไม่เพิกเฉยต่อความเป็นไปรอบตัว จึงได้ออกเสาะหาเบาะแสของคนร้าย
ใช้ความกล้าหาญประกอบกับไหวพริบปฏิภาณค่อยๆปะติปะต่อข้อมูล ทำให้ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้
วิพากษ์โดย : ศิณัฐวรรณ ขันโท
วิพากษ์โดย : ศิณัฐวรรณ ขันโท
วิพากษ์เมื่อ : 30 มกราคม 2561
อ้างอิงหนังสือ : ศศิธร สุตานันท์. (2557). ลี้ภัยในเมืองแปลก. กรุงเทพฯ: นามมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.
อ้างอิงรูปภาพ : http://www.ebooks.in.th/ebook/31775/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น