วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

"บันทึกลักนักสืบน้อย"




                                                      

         ชื่อหนังสือ                 :      บันทึกลักนักสืบน้อย
         ชื่อผู้เขียน                  :      ชัยกร  หาญไฟฟ้า
         บรรณาธิการต้นฉบับ     :      วชิราวรรณ  ทับเสือ
         พิมพ์โดย                    :      แพรวเยาวชน
         พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง            :      กรกฎาคม  2551
         จำนวน                      :       164 หน้า
         ประเภทหนังสือ            :       วรรณกรรมสำหรับเยาวชน
                                                 
                                                 
เนื้อหาการวิพากษ์ :
        บันทึกลักนักสืบน้อย เป็นนิยายสอบสวน สืบสวน ที่ให้อารมณ์สนุกสนาน อ่านเพลิน แทรกอารมณ์ขันด้วยตัวละครและภาษา เหล่านักสืบนำกลวิธีสืบสวนจากนิยายสืบสวนดังๆมาใช้แบบไม่ว่าจะเป็นศาสตร์แห่งการอนุมานของ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ สัญลักษณ์วิทยาและการถอดรหัสจาก รหัสลับดาวินชี หนังสือเล่มนี้ใช่ว่าแต่จะให้แต่ความบันเทิง ผู้เขียนยังสอดแทรกสาระให้รู้ ให้คิด ไว้พอสมควร จุดเด่นที่สำคัญจะเป็นการตั้งประเด็นให้คิดถึงคุณค่าของสิ่งที่หายไป ในอีกแง่มุมหนึ่ง ราวกับจะบอกว่า ของหายตามคืนได้ไม่ยาก แต่อะไรบางอย่าง ที่หายไปจากชีวิต จากสังคม จากโลก จะตามคืนได้อย่างไร

ด้านการวางแผน
        เมื่อสมาคมนักสืบสยามได้รับคดีมา จึงได้มีการวางแผนสืบคดีและไปยังสถานที่เกิดเหตุ สิ่งที่ต้องทำคือการจดบันทึกข้อมูลแรกพบเพราะถือว่าเป็นข้อมูลที่อ้างอิงบริสุทธ์ก่อนที่จะเริ่มทำงาน และได้เริ่มกระบวนการเก็บหลักฐานเก็บหลักฐานก่อนที่พิพิธภัณฑ์จะทำการเปิดทำการและต้องทำงานแข่งกับเวลาโดยมีเวลาที่จำกัด แต่การโจรกรรมครั้งนี้แทบไม่มีร่องรอยอะไรทิ้งไว้ คดีนี้เกิดที่พิพิธภัณฑ์เด็ก จึงต้องมีปฏิบัติการสืบสวนและสอบสวนโดยใช้นักสืบฝึกหัดที่เป็นเด็กและมีคุณสมบัติเหมาะสม สิ่งที่หายไปในพิพิธภัณฑ์ คือ รูปหล่อสมเถิก เรื่องราวสมเถิกเป็นที่สนใจขององค์การสัตว์โลกเพื่อเด็กสากล จึงได้มีติดต่อรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอยืมรูปรูปหล่อของสมเถิกไปแสดงให้เด็กๆทั่วโลกได้รู้จักกระบือสยามนามระบือให้คนได้รู้จักว่าหน้าตาเป็นเช่นไร และเคยมีคุณประโยชน์ต่อกสิกรรมของเกษตรกรในประเทศแถบเอเชียขนาดไหน  แต่รูปหล่อของมันหายไปเสียก่อน จึงได้มีการประชุมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีรูปหล่อควายที่หายไป จากการวิเคราะห์ข้อมูลน้ำหนักของรูปโลหะสมเถิกนั้นมีหนักมาก สันนิษฐานว่าผู้ร้ายไม่ได้มาคนเดียวอย่างแน่นอน และไม่มีการงัดแงะประตู และดูเหมือนจะเป็นการวางแผนมาอย่างดี ทำให้ยามคนนั้นถูกกล่าวเป็นผู้ต้องสงสัยเป็นอันดับแรก ในการวางแผนแฝงตัวเข้าเกลียว เป็นการปลอมแปลงตัวเองเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเรากำลังสืบความและเพื่อความปลอดภัยของนักสืบเอง ต้องแฝงตัวลงพื้นที่สังเกตการณ์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม และก็ได้เจอสัญญาณความผิดปกติอะไรบางอย่าง จึงเป็นผู้เข้าข่ายน่าสงสัย และได้ทราบว่ายามที่ท้องเสียตอนที่รูปหล่อสมเถิกหายไป มีอาการปกติแล้วนั่นหมายถึงว่ายามไม่ได้ท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษแต่เป็นไปได้ว่าจะถูกวางยา ตามแผนที่พวกขโมยวางไว้ ผู้ต้องสงสัยมี4 คนหนึ่งในนั้นเป็นพนักงานที่บริการอยู่หน้าเคาน์เตอร์ และได้ทราบเรื่องต่อมาคือ ขโมยที่ขโมยไปนั้นเป็นพลพรรคคนรักควาย เพื่อที่จะนำเอาไปทำพิธีทำขวัญควาย และได้บอกว่ามีความจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ แต่อย่าเพิ่งมองว่าเป็นการโจรกรรม ขอให้เข้าใจว่า นี่คือยืมสัญลักษณ์  และทำให้รู้ความจริงว่าสิ่งที่หายไปไม่ใช่สิ่งที่หายไปจากพิพิธภัณฑ์เด็ก แต่มันหายไปจากความหวงแหนและความผูกพันของชาวบ้าน

ด้านการสืบสวน
        เป็นไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มต้นจากการสืบหาสาเหตุของการหายไปของรูปหล่อสมเถิก ที่ไม่มีการทิ้งร่องรอยอะไรไว้ และมีการวางแผนในการทำงานอย่างดีในการมีการทำงานและการสืบหาตัวคนร้ายอย่างเป็นขั้นตอน สืบค้นคว้าเบาะแสและไม่ถูกหลอกตามแผนของผู้ร้ายที่โยนความผิดให้ยามที่เฝ้าหน้าประตูในวันเกิดเหตุ ในการทำงานอย่างมีขั้นตอนทำให้ประสบผลสำเร็จในการทำงานในที่นี้คือได้ได้ทราบถึงการหายไปของรูปหล่อสมเถิก

ด้านอารมณ์และจิตใจ
       รูปปั้นสมเถิกนี้เป็นรูปปั้นที่มีความผูกพันต่อชาวบ้านหนองตาแดงเป็นอย่างมาก เพราะสมเถิกได้สร้างคุณประโยชน์ไว้ที่นั่น ต่อมารัฐบาลได้นำเอารูปปั้นของสมเถิกไปด้วยไม่ฟังเสียงคัดค้านของชาวบ้าน เรื่องกานขนย้ายรูปหล่อสมเถิกยังเป็นกรณีพิพาทที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล หน่วยงานดังกล่าวอ้างแต่ว่าได้มีการทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไปแล้ว ว่าต้องส่งรูปหล่อสมเถิกไปเดินสายเป็นระยะเวลานาน ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาทำพิธีดังกล่าวและไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่า การที่ชาวบ้านไม่ยอมส่งรูปสมเถิกให้รัฐบาลนำไปเดินสายตามกำหนดนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าอกเข้าใจของมิตรประเทศจนกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงใช้อำนาจศาลสั่งขนรูปหล่อสมเถิกออกจากวัดหนองตาแดงท่ามกลางความเสียใจและขุ่นเคืองของชาวบ้าน

ด้านความเชื่อ
        เป็นความเชื่อของชาวบ้านที่เชื่อว่าสมเถิกนั้น ได้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนั่นก็เกิดความอุดมสมบูรณ์ ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ต้นข้าว ต้นไม้อิ่มน้ำเจริญเติมโตงอกงาม ชาวนาทำนาได้ปีละสองครั้ง มีน้ำไว้ทำการเกษตร ช่วยฟื้นฟูความสมบูรณ์ให้ผืนดินในหลายพื้นที่ตามชนบทอยู่หลายปี จนกระทั่งสมเถิกจากโลกไปด้วยโรคหวัดควาย ทำให้ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวบ้านในชนบท และหลายๆคนที่รู้จักสมเถิกต่างโศกเศร้าเสียใจที่ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร สมเถิกจากไป ตึความอุดมสมบูรณ์ก็ยังยั่งยืนอยู่ ชาวบ้านจึงรวบรวมเงินจ้างประติมากรมาทำรูปหล่อของสมเถิกเพื่อสดุดีถึงคุณงามความดีและคุณประโยชน์ของควายไทย และกลายเป็นตำนานเล่าขานเป็นต้นมา

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
         เป็นการผูกสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศเราให้กับชาวต่างชาติ และเผยแพร่เกียรติคุณควายไทยขององค์การสัตว์โลกให้น่ายกย่อง เพื่อที่ควายจะได้ไม่เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความโง่เขลาและสะท้อนภาพของความด้อยอารยธรรม แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นสิ่งที่คุณค่าแก่การอนุรักษ์ไว้อย่างยิ่ง


วิพากษ์โดย : อัจฉรี  หมื่นทุม
วิพากษ์เมื่อ : 30 มกราคม 2561

อ้างอิงหนังสือ : ชัยกร  หาญไฟฟ้า. (2551). บันทึกลักนักสืบน้อย. กรุงเทพฯ : แพรวเยาวชน.
อ้างอิงรูปภาพ : www.naiin.com


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น